เวิลด์ คัพ (ไม่) ฟีเวอร์

เหลือเวลาอีกแค่ 2 เดือนโดยประมาณเท่านั้น มหกรรมฟาดแข้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองมนุษย์อย่าง “ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ” ก็จะเดินทางมาถล่มโลกของเราอีกครั้งแล้ว

ฟุตบอลโลก 2018
                        ฟุตบอลโลก 2018

กระแสของศึกฟุตบอลโลก 2018 มันไม่ค่อยจะรุนแรงเท่าไหร่เหมือนที่ผ่านๆมาสักเท่าไหร่ แถมดูจะเงียบเหงาเกินไปเสียด้วยซ้ำ! เฉพาะอย่างยิ่งในประเทศชาติของเราที่ขอประกาศว่า”เงียบเหงาสิ้นดี” ปกติธรรมดาเมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนศึกฟุตบอลโลกแบบนี้ บรรยากาศ”เวิลด์ คัพ ฟีเว่อร์”จะเริ่มคึกครื้นและปรี้ยปร้าดมากขึ้นตามลำดับ สินค้าต่างๆ จะเริ่มจัดกิจกรรม เพื่อต้อนรับการมาของฟุตบอลโลกอย่างสนุกสนานและครื้นเครงดีนักแล แตกต่างจากปีนี้ที่กระแสดูไม่แรงแบบผิดวิสัย ถึงขนาดยักษ์ใหญ่หนังสือพิมพ์ที่ให้ทายว่าทีมใดจะขว้าแชมป์โลกบนลงไปรษณีย์บัตร เพื่อชิงรางวัลมูลค่าสิบๆล้านบาท ยังงดจัดกิจกรรมเหมือนอย่างเคย ถามว่าทำไม? บางทีต่อไปนี้อาจเป็นเหตุผล

1.ถ่ายทอดสดช่องไหนวะ?

ด้วยลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดที่สุดแสนจะมหาศาล แต่กลับถูกข้อกฎหมายบังคับว่ามึงต้องถ่ายทอดสดให้ชาวบ้านดูฟรีๆ เพียงสถานเดียว มันจึงไม่มีนายทุนกลุ่มไหนที่กล้าทุ่มซื้อลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018 เหมือนอย่างเคย เพราะขืนทำอย่างนั้นบอกได้คำเดียวคับว่า”เจ๊ง”แน่นอน ในเมื่อไม่มีภาคเอกชนยอมวอดวาย เพราะบรรลัยแน่ๆ ทางภาครัฐจึงเอาใจชาวประชาที่กำลังจะแดกฝาบ้านเป็นอาหารด้วยการประกาศว่าข้าพเจ้าจะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง ตอกแรกทราบข่าว ประชาชนชาวไทยผู้ไม่เคยหลีกเลี่ยงภาษีอย่างผมก็ดีใจแบบเต็มประดาจนน้ำตาคลอเบ้าเลย ขอบอกพวกพี่ๆ เขาจะใช้วิธีการใด หรือจะไปหักคอ หรือไปบังคับใครมาร่วมลงขัน เพื่อซื้อลิขสิทธิ์อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ที่แน่ๆ คือจนป่านนี้แล้วยังสรุปไม่ได้เลยนะครับว่าคนไทยจะได้ดูฟุตบอลโลกแบบสดๆผ่านทางฟรีทีวีหรือทีวีดิจิตอลจริงหรือเปล่า? บางทีอาจเป็นครั้งแรกในประวิติศาสตร์ที่ต้องดูถ่ายทอดสดบอลโลกทุกนัดในจอมือถือ…ก็…เป็น…ได้ กระแส “เวิล์ด คัพ ฟีเว่อร์”ที่เคยคึกคักมาตลอด มันเลยซึมเศร้าเหงาหงอยไปตามระเบียบ

2.กระแสโซเชี่ยลฯ

นาทีนี้กระแสโซเชี่ยล มีเดีย ไม่เพียงแต่จะมาแรงที่สุด มันยังทำลายล้างสื่อหลักเก่าๆ ในโลกของเราจนแทบสิ้นซากอีกต่างหาก สื่อกระดาษกำลังจะตาย เช่นเดียวกับสื่อโทรทัศน์ที่เคยทรงอิทธิพลมากที่สุด มันกำลังถูกกระทืบด้วยระบบโซเชี่ยล มีเดีย ที่แม้จะรวดเร็วและสะดวกสบายมากกว่า แต่กลับไร้ซึ่งอารมณ์และความรู้สึก เมื่อคนไม่อ่านตัวหนังสือจากทางหน้ากระดาษ แถมจำนวนผู้ชมทางทีวีก็ลดลงอย่างน่าใจหาย มันก็เลยไม่ค่อยมีข่าวคราวและความเคลื่อนไหว รวมถึงรายการเกี่ยวกับฟุตบอลโลกทางทีวี ขณะที่ในหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หรือที่เรียกว่า “สมาร์ทโฟน” ก็มีเรื่องราวหลากหลายอัดแน่นอยู่ในนั้นจนกลบกระแสฟุตบอลโลกแทบหมดสิ้นเลยทีเดียว ว่าแล้วก็ขอขอบคุณคุณพี่สตีฟ จ๊อบ ผู้ล่วงลับ กับคุณพี่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้เปลี่ยนแปลงโลกของเราให้เป็นโลกโซเชี่ยลฯ อย่างเต็มตัว ณ ที่นี้ด้วย

3.ฟุตบอลโลกแล้วไงล่ะ?

อืมมมมมมมม…ลองนึกถึงความหลังครั้งฟุตบอลโลกมาเยือนเมืองมนุษย์ดูนะครับ แฟนบอลเฝ้ารอมันด้วยความตื่นเต้นแบบใจจดใจจ่อ เพราะ 4 ปีถึงจะมาทีเวลามันจากไปก็เกิดอาการโหยหาและอาวรณ์อย่างหนัก เพราะต้องรออีกถึง 4 ปีกว่ามันจะกลับมาอีกที ในโลกยุคอนาล็อค 4 ปี จัดเป็นเวลาที่นานเหลือเกินครับ-ขอบอก กระทั่งโลกเปลี่ยนไปเป็นยุคดิจิตอล ฟุตบอลมีถ่ายทอดสดให้ดูทุกวัน แถมวันละหลายคู่ ผิดกับในอดีตที่นานๆ ถึงจะถ่ายทอดสดให้ดูสักคู่หนึ่ง ในเมื่อมีเกมฟาดแข้งให้ดูตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะพรีเมียร์ลีก,ลา ลีกา,บุนเดส ลีกา,กัลโช่ เซเรีย อา,ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และอื่นๆ อีกมากมาย มหกรรมลูกหนังที่จัดขึ้น 4 ปีครั้งอย่าง”ฟุตบอลโลก” จึงไม่มีความสำคัญต่อมวลมนุษย์ชาติอีกต่อไปแล้วไหนในช่วงปิดฤดูกาลยังมีศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมาขั้น สลับกันทุก 2 ปีที่จะมีรายการใหญ่อย่าง “ยูโร” กับ”เวิล์ด คัพ” ให้ชม รวมถึง โกปา อเมริกา อะไรนั้นให้ลุ้นกันเล่นๆอีกด้วย พูดง่ายๆว่าเดี๋ยวนี้มีเกมลูกหนังให้เราดูกันมากเกินไปจน”เบื่อ”นั่นแหละ ฟุตบอลโลกจึงไม่น่าตื่นตาตื่นใจเหมือนในอดีตด้วยประการฉะนี้

4.เจ้าภาพอย่างรัสเซีย

ฟุตบอลโลกหนนี้จะจัดขึ้นที่ประเทศรัสเซีย แม้จะเป็นหนึ่งในขาประจำฟุตบอลโลกแถมเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป แต่โดยความรู้สึก มันช่างลึกลับและห่างไกลกับชาวไทยเหลือเกิน บุคลิกของประเทศที่เคยได้ชื่อว่าอยู่หลังม่านเหล็กค่อนข้างแข็งกระด้างตามความรู้สึกนะครับผู้คนก็ดูเหมือนจะไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่ ฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพมันจึงให้อารมณ์และความรู้สึกตึงเครียดชอบกล เนื่องจากรัสเซียถูกทำให้มีภาพลักษณ์ของผู้ก่อการร้าย แล้วดูในนัดเปิดสนามในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่เปรียบเสมือนเกมเรียกแขกซิครับ รัสเซีย – ซาอุดิอาระเบีย น่าดูมากเลยย…

5.ทีมชาติไทยไม่ได้ไปฟุตบอลโลก

เหตุเพราะปัจจุบันกระแสบอลไทยมาแรงมากกว่าแต่ก่อน ทั้งฟุตบอลลีกและทีมชาติมันจึงเกิดอะไรที่เรียกว่า “ชาตินิยม” มากยิ่งขึ้น แล้วความฝันอันสูงสุดของแฟนบอลชาวไทยที่มีความเป็นชาตินิยมสูงคืออยากเห็นบอลไทยไปบอลโลก ปัญหาฟุตบอลโลกขบวนนี้ไม่มีทีมชาติไทยนะครับ อันที่จริงฟุตบอลโลกหนก่อนๆหรือหนไหนๆ ก็ไม่เคยมีทีมชาติไทยอยู่แล้ว แถมคาดว่าคงอีกนานแสนนานกว่าธงไทยจะได้ไปสบัดในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย มันเลยให้อารมณ์และความรู้สึกเหมือนไม่มีส่วนร่วมสักเท่าไหร่ ครั้นจะหันไปเชียร์ทีมชาติดังๆ อย่าง อังกฤษ – บราซิล – เยอรมัน – สเปน – ฝรั่งเศส – อาร์เจนติน่า หรือเพื่อนร่วมทีมเอเชียก็ดูจะกระดากใจเพราะเดี๋ยวนี้เรามีความเป็นชาตินิยมในเรื่องลูกหนังมากขึ้นไม่เหมือนเมื่อก่อนที่คนไทยสามารถเชียร์ทีมชาติอื่นๆ ที่ตัวเองคุ้นเคยได้อย่างไม่ขัดเขิน เหตุผลข้อนี้อาจไม่มีน้ำหนักสักเท่าไหร่ แต่ขอเอามันมาใส่ให้ครบ 5 ข้อไปอย่างนั้นแหละ อย่างไรก็ตาม คาดว่าเมื่อศึกฟุตบอลโลก 2018 เดินทางมาเยือนมนุษย์ เดี๋ยวกระแสก็จะฟีเว่อร์ขึ้นมาเองนั่นแหละ แต่ถึงตอนนั้นถ้าคุณยังไม่รู้สึกว่ามันฟีเว่อร์ แสดงว่าคุณหมกมุ่นกับเกมลูกหนังมากเกินไปจนเกิดอาการตายด้าน แนะนำให้ลองกินยาบำรุงกำลังตราลิงนั่งชักว่าวยิกๆๆๆๆดูนะครับ เฉียบ!!!!!